ราคาสองลูก คืออะไร? ทีมต่อชนะเท่าไรถึงได้เต็ม
ราคาสองลูก หรือ ราคา -2 เป็นหนึ่งในราคา Asian Handicap ที่พบได้ในคู่ฟุตบอลซึ่งทีมต่อถูกมองว่ามีความเหนือกว่าทีมรองค่อนข้างมาก โดยหลักสำคัญของราคานี้คือ ทีมต่อจะต้องชนะด้วยผลต่างมากกว่า 2 ลูก จึงจะชนะเดิมพันเต็มแต่ราคา -2 มีจุดที่ต้องทำความเข้าใจเป็นพิเศษ เพราะหากทีมต่อชนะ พอดี 2 ลูก จะไม่ใช่การชนะเต็ม แต่เป็นการคืนทุน ขณะที่ถ้าทีมต่อชนะเพียง 1 ลูก เสมอ หรือแพ้ จะเป็นการเสียเดิมพัน
ทีมต่อราคา -2 ต้องชนะกี่ลูกถึงได้เต็ม?

คำตอบคือ
ทีมต่อราคา -2 ต้องชนะอย่างน้อย 3 ลูก จึงจะชนะเดิมพันเต็ม
เหตุผลคือทีมต่อถูกหัก 2 ลูก
ถ้าชนะ 2 ลูกพอดี เมื่อหัก 2 ลูกแล้วจะเหลือผลต่างเป็น 0 จึงเป็นการคืนทุน
ดังนั้นแบ่งออกได้ 3 กลุ่มใหญ่
ชนะ 3 ลูกขึ้นไป
ชนะเต็ม
ชนะ 2 ลูก
คืนทุน
ชนะน้อยกว่า 2 ลูก หรือไม่ชนะ
เสียเต็ม
ตารางจำง่าย
| ผลต่างที่ทีมต่อชนะ | ราคา -2 | ผลเดิมพัน |
|---|---|---|
| 5 ลูก | หัก 2 เหลือ +3 | ชนะเต็ม |
| 4 ลูก | หัก 2 เหลือ +2 | ชนะเต็ม |
| 3 ลูก | หัก 2 เหลือ +1 | ชนะเต็ม |
| 2 ลูก | หัก 2 เหลือ 0 | คืนทุน |
| 1 ลูก | หัก 2 เหลือ -1 | เสียเต็ม |
| เสมอ | หัก 2 เหลือ -2 | เสียเต็ม |
| แพ้ | ติดลบอยู่แล้ว | เสียเต็ม |
จำเป็นประโยคเดียวได้ว่า
“-2 ชนะสามลูกกินเต็ม ชนะสองลูกคืนทุน”
ทำไมชนะ 2 ลูกถึงคืนทุน?

นี่เป็นจุดที่คนเริ่มต้นมักสับสนมากที่สุด
สมมติว่า
ทีม A -2
และผลการแข่งขันจบที่
ทีม A ชนะ 2-0
ในฟุตบอลจริง ทีม A ชนะ 2 ลูก
แต่การเดิมพันไม่ได้ใช้ผลการแข่งขันจริงอย่างเดียว เพราะต้องนำแต้มต่อมาคำนวณด้วย
ผลต่างจริง = 2
แต้มต่อ = 2
จึงเป็น
2 – 2 = 0
เมื่อผลหลังหักแฮนดิแคปเท่ากับ 0 หมายถึงเสมอ
ดังนั้นบิลจึงเป็น
คืนทุน
หากเดิมพัน 1,000 บาท ก็จะได้รับเงินเดิมพัน 1,000 บาทกลับคืน ตามเงื่อนไขของ Asian Handicap ราคาเต็มลูก -2ไม่มีการคิดกำไรในกรณีนี้ เพราะบิลไม่ได้ชนะ แต่ก็ไม่ได้แพ้
ตารางสรุปสกอร์ราคา -2
สมมติว่าเดิมพันทีม A -2
| ผลการแข่งขัน | ผลต่าง | หลังหัก -2 | ผลเดิมพัน |
|---|---|---|---|
| 5-0 | +5 | +3 | ชนะเต็ม |
| 4-0 | +4 | +2 | ชนะเต็ม |
| 4-1 | +3 | +1 | ชนะเต็ม |
| 3-0 | +3 | +1 | ชนะเต็ม |
| 3-1 | +2 | 0 | คืนทุน |
| 2-0 | +2 | 0 | คืนทุน |
| 2-1 | +1 | -1 | เสียเต็ม |
| 1-0 | +1 | -1 | เสียเต็ม |
| 1-1 | 0 | -2 | เสียเต็ม |
| 0-1 | -1 | -3 | เสียเต็ม |
จากตารางจะเห็นชัดว่า เส้นแบ่งสำคัญของราคา -2 อยู่ที่ผลต่าง 2 ลูก
- มากกว่า 2 → ชนะ
- เท่ากับ 2 → คืน
- น้อยกว่า 2 → เสีย
วิธีคิดราคา -2 แบบง่ายที่สุด
หากไม่ต้องการจำทุกสกอร์ ให้ใช้สูตร
ผลต่างประตูจริง – 2 = ผลหลังหักแฮนดิแคป
ตัวอย่าง
ทีม A ชนะ 5-1
ผลต่าง = 4
4 – 2 = 2
ผลเป็นบวก → ชนะเต็ม
อีกตัวอย่าง
ทีม A ชนะ 3-1
ผลต่าง = 2
2 – 2 = 0
ผลเป็นศูนย์ → คืนทุน
อีกตัวอย่าง
ทีม A ชนะ 2-1
ผลต่าง = 1
1 – 2 = -1
ผลเป็นลบ → เสียเต็ม
วิธีนี้สามารถใช้กับสกอร์ใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องจำทีละผลการแข่งขัน
ตารางเปรียบเทียบทีมต่อ -2 กับทีมรอง +2
| ผลการแข่งขัน | ทีมต่อ -2 | ทีมรอง +2 |
|---|---|---|
| ต่อชนะ 4-0 | ชนะ | เสีย |
| ต่อชนะ 3-0 | ชนะ | เสีย |
| ต่อชนะ 2-0 | คืนทุน | คืนทุน |
| ต่อชนะ 1-0 | เสีย | ชนะ |
| เสมอ | เสีย | ชนะ |
| ทีมรองชนะ | เสีย | ชนะ |
ตารางนี้ช่วยให้เห็นภาพว่า -2 และ +2 เป็นสองฝั่งของราคาเดียวกัน
ตัวอย่างคำนวณเงินเดิมพันราคา -2
สมมติว่า
- เงินเดิมพัน = 1,000 บาท
- ราคา = -2
- ค่าน้ำสมมติ = 0.90
กรณีชนะ 3 ลูก
ถือว่าชนะเต็ม
กำไรตัวอย่าง
1,000 × 0.90 = 900 บาท
เงินรวมที่ได้รับ
1,900 บาท
กรณีชนะ 2 ลูก
คืนทุน
ได้รับกลับ
1,000 บาท
กรณีชนะ 1 ลูก
เสียเต็ม
ได้รับกลับ
0 บาท
กรณีเสมอหรือแพ้
เสียเต็ม
ได้รับกลับ
0 บาท
ค่าน้ำในตัวอย่างเป็นเพียงตัวเลขสมมติสำหรับอธิบายวิธีคำนวณ โดยค่าน้ำจริงขึ้นอยู่กับตลาดและผู้ให้บริการ
ก่อนพิจารณาราคา -2 ควรดูอะไรบ้าง?
1. ดูผลต่างประตูของทีมต่อ
ดูว่าทีมต่อมีสถิติชนะคู่แข่งด้วยผลต่างมากกว่า 2 ลูกบ่อยแค่ไหน
ตัวอย่างเช่น
- 4-0
- 3-0
- 5-1
- 4-1
ผลการแข่งขันลักษณะนี้แสดงให้เห็นว่าทีมมีความสามารถในการสร้างผลต่างหลายประตู
แต่ควรพิจารณาคู่แข่งและบริบทของแต่ละเกมร่วมด้วย ไม่ควรนำสถิติมาตัดสินจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว
2. ดูเกมเหย้าและเกมเยือน
ทีมต่อที่เล่นในบ้านอาจมีประสิทธิภาพแตกต่างจากการเล่นนอกบ้าน
ควรแยกดู
- จำนวนประตูที่ยิงในบ้าน
- จำนวนประตูที่เสียในบ้าน
- ผลต่างประตูเฉลี่ย
- ผลงานของทีมรองเมื่อออกไปเยือน
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพการแข่งขันมากขึ้น
3. ดูตัวผู้เล่น
ราคา -2 ต้องการผลต่างที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นผู้เล่นเกมรุกและตัวสร้างสรรค์เกมอาจมีความสำคัญ
ควรเช็กว่า
- กองหน้าตัวหลักลงหรือไม่
- เพลย์เมกเกอร์พร้อมหรือไม่
- มีการพักตัวหรือไม่
- แนวรับมีผู้เล่นขาดหายหรือไม่
- ผู้รักษาประตูเป็นใคร
ข้อมูลเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับรูปเกมและจำนวนประตู
4. ดูแรงจูงใจของทั้งสองทีม
ทีมต่ออาจมีสถานการณ์ที่ต้องการชนะให้ขาด หรืออาจมีโปรแกรมสำคัญอื่นรออยู่
ในขณะที่ทีมรองอาจเน้นตั้งรับเพื่อจำกัดความเสียหาย
ดังนั้นแม้ชื่อชั้นของทีมจะแตกต่างกันมาก แต่รูปเกมจริงอาจไม่ได้เปิดกว้างเสมอไป
5. ดูรูปแบบการเล่น
หากทีมรองเน้นรับลึกและเล่นเพื่อไม่ให้เสียประตูเร็ว การผ่านราคา -2 อาจต้องใช้ผลต่างถึง 3 ลูกขึ้นไป
ในทางกลับกัน หากทั้งสองทีมเล่นเกมเปิด มีโอกาสเกิดประตูหลายครั้ง รูปแบบการแข่งขันก็อาจแตกต่างออกไป
จึงควรดูทั้งคุณภาพของทีมและสไตล์การเล่นร่วมกัน