ราคาหนึ่งลูก คืออะไร? แทงบอล -1 ต้องชนะกี่ลูก

ราคาหนึ่งลูก คืออะไร? แทงบอล -1 ต้องชนะกี่ลูก

ราคาหนึ่งลูก (-1) เป็นหนึ่งในราคา Asian Handicap ที่พบได้บ่อยในการแทงบอล โดยเฉพาะคู่ที่ทีมต่อมีศักยภาพเหนือกว่าทีมรองค่อนข้างชัดเจน หลายคนที่เพิ่งเริ่มแทงบอลอาจสับสนว่า “ราคาหนึ่งลูกต้องชนะกี่ลูกถึงจะได้เงิน?” และถ้าชนะเพียง 1 ลูก บิลจะได้หรือเสียอย่างไรคำตอบสำคัญคือ ทีมต่อราคา -1 ต้องชนะมากกว่า 1 ลูกจึงจะชนะเต็ม แต่ถ้าทีมต่อชนะ พอดี 1 ลูก บิลจะคืนทุน ส่วนถ้าทีมต่อเสมอหรือแพ้ บิลจะเสียเต็มตามจำนวนเงินเดิมพันบทความนี้จะอธิบายตั้งแต่ความหมายของ ราคา 1 ลูก (-1) วิธีอ่านราคา วิธีคิดผลการแข่งขัน ไปจนถึงตัวอย่างการแทงบอลแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเช็กผลได้ด้วยตัวเอง

ราคา 1 ลูก (-1) คืออะไร?

ราคา 1 ลูก หรือเขียนในตลาดเอเชียนแฮนดิแคปว่า -1 หมายถึง ทีมต่อจะถูกหักออกจากผลการแข่งขัน 1 ประตู ก่อนนำไปคำนวณผลเดิมพัน

ตัวอย่างเช่น

ทีม A ต่อ ทีม B ที่ราคา -1

หมายความว่า หากเลือกเดิมพัน ทีม A -1 ให้คิดเสมือนว่าเริ่มการแข่งขันโดยทีม A ถูกหักไป 1 ลูก

ดังนั้น หากการแข่งขันจบด้วยผลจริงว่า

  • ทีม A ชนะ 3-0 → หลังหัก 1 ลูก = ชนะ 2-0 → ชนะเดิมพัน

  • ทีม A ชนะ 2-0 → หลังหัก 1 ลูก = ชนะ 1-0 → ชนะเดิมพัน

  • ทีม A ชนะ 1-0 → หลังหัก 1 ลูก = 0-0 → คืนทุน

  • เสมอ 1-1 → หลังหัก 1 ลูก = ทีม A แพ้ 0-1 → เสียเดิมพัน

  • ทีม A แพ้ 0-1 → หลังหัก 1 ลูก = แพ้ 0-2 → เสียเดิมพัน

นี่คือหัวใจของการเล่นราคา -1

แทงบอล -1 ต้องชนะกี่ลูก?

แทงบอล -1 ต้องชนะกี่ลูก?

คำถามที่คนแทงบอลถามบ่อยที่สุดคือ

“แทงบอล -1 ต้องชนะกี่ลูก?”

คำตอบแบ่งออกเป็น 3 กรณีหลัก

ผลการแข่งขันของทีมต่อผลเมื่อหัก 1 ลูกผลเดิมพัน
ชนะ 2 ลูกขึ้นไปยังชนะชนะเต็ม
ชนะพอดี 1 ลูกกลายเป็นเสมอคืนทุน
เสมอหรือแพ้กลายเป็นแพ้เสียเต็ม

ดังนั้นจำง่าย ๆ ว่า

ราคา -1 ต้องชนะ 2 ลูกขึ้นไปจึงได้เงินเดิมพันแบบชนะเต็ม

แต่ถ้าชนะ เพียง 1 ลูก จะคืนทุน ไม่ได้กำไร

ตัวอย่างแทงบอลทีมต่อ -1 แบบเข้าใจง่าย

สมมติให้

ทีม A ต่อทีม B ราคา -1

และคุณเดิมพันทีม A จำนวน 1,000 บาท

ลองดูผลการแข่งขันแต่ละแบบ

กรณีที่ 1 ทีม A ชนะ 3-0

ทีม A ชนะ 3 ลูก

หักต่อ 1 ลูก

3 – 1 = 2

หลังหักแฮนดิแคป ทีม A ยังชนะ 2 ลูก

ผลคือ ชนะเต็ม

หากสมมติราคาน้ำเป็น 0.90 การคำนวณตัวอย่างจะเป็น

กำไร = 1,000 × 0.90 = 900 บาท

รับเงินเดิมพันรวม = 1,900 บาท

ตัวเลขค่าน้ำเป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคำนวณจริง

กรณีที่ 2 ทีม A ชนะ 2-0

ทีม A ชนะ 2 ลูก

หัก 1 ลูก

2 – 1 = 1

หลังหักแต้มต่อ ทีม A ยังชนะ 1 ลูก

ดังนั้น

ชนะเต็ม

ถ้าเดิมพัน 1,000 บาท และราคาน้ำ 0.90

กำไร = 900 บาท

เงินรวมที่ได้รับ = 1,900 บาท

กรณีที่ 3 ทีม A ชนะ 1-0

นี่คือกรณีที่คนเริ่มต้นมักเข้าใจผิด

ทีม A ชนะ 1 ลูก

แต่ทีม A ต่ออยู่ที่ -1

จึงต้องนำผลการแข่งขันมาหัก 1 ลูก

1 – 1 = 0

หลังหักแฮนดิแคปจึงกลายเป็น

เสมอ

ผลการเดิมพันคือ

คืนทุน

ถ้าเดิมพัน 1,000 บาท จะได้รับเงินเดิมพันกลับมา 1,000 บาท

ไม่ได้กำไร และไม่เสียเงินเดิมพัน

กรณีที่ 4 ทีม A เสมอ 0-0

ทีม A ต่อ -1 แต่ผลจริงเสมอ

เมื่อหัก 1 ลูก

0 – 1 = -1

เท่ากับทีม A แพ้ตามแฮนดิแคป

ผลคือ

เสียเต็ม

กรณีที่ 5 ทีม A แพ้ 0-1

ทีม A ต่อ -1 และแพ้การแข่งขัน

เมื่อนำแฮนดิแคปมาคำนวณ ผลยิ่งห่างออกไป

ดังนั้น

เสียเต็ม

ตารางแทงบอล -1 ต้องชนะกี่ลูก

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด สามารถจำจากตารางนี้ได้

ผลจริงทีมต่อ -1ผลเดิมพัน
ชนะ 4-0ชนะ 3 ลูกชนะเต็ม
ชนะ 3-0ชนะ 2 ลูกชนะเต็ม
ชนะ 3-1ชนะ 2 ลูกชนะเต็ม
ชนะ 2-0ชนะ 1 ลูกชนะเต็ม
ชนะ 2-1ชนะ 1 ลูกชนะเต็ม
ชนะ 1-0เสมอคืนทุน
ชนะ 2-1เสมอหลังหักแต้มต่อคืนทุน
เสมอแพ้หลังหักแต้มต่อเสียเต็ม
แพ้แพ้หลังหักแต้มต่อเสียเต็ม

หมายเหตุ: ในตารางด้านบนต้องดูที่ “ผลต่างประตู” เป็นหลัก หากทีมต่อชนะ 2 ลูกขึ้นไป = ชนะเต็ม, ชนะ 1 ลูก = คืนทุน

วิธีคำนวณราคา -1 แบบง่ายที่สุด

ถ้าไม่อยากจำรายละเอียดหลายอย่าง ให้ใช้สูตรง่าย ๆ

ผลต่างประตูจริง – 1 = ผลหลังหักแฮนดิแคป

ตัวอย่าง

ทีม A ชนะ 3-1

ผลต่าง = 2 ลูก

นำมาหัก 1 ลูก

2 – 1 = 1

ยังเหลือผลต่างเป็นบวก

ดังนั้น ชนะเดิมพัน

อีกตัวอย่าง

ทีม A ชนะ 1-0

ผลต่าง = 1 ลูก

หัก 1 ลูก

1 – 1 = 0

จึงเป็น คืนทุน

วิธีดูราคา 1 ลูกจากหน้าบอล

เวลาพบราคาบอลในตลาด Asian Handicap อาจเห็นรูปแบบต่าง ๆ เช่น

  • ทีม A -1

  • ทีม A ต่อ 1

  • ทีม A -1.00

  • ทีม A ต่อ 1 ลูก

ในกรณีที่เป็นราคา Asian Handicap ทั้งหมดนี้สื่อถึงแนวคิดเดียวกัน คือ

ทีม A ต้องเอาชนะด้วยจำนวนประตูที่มากกว่า 1 ลูกเพื่อให้บิลชนะเต็ม

อย่างไรก็ตาม ก่อนกดเดิมพันควรตรวจสอบตลาดและกติกาของผู้ให้บริการที่ใช้งานอยู่ เพราะรูปแบบการแสดงผลค่าน้ำและรายละเอียดตลาดอาจแตกต่างกันได้


ถ้าแทงทีมรอง +1 จะคิดอย่างไร?

เมื่อทีมหนึ่งต่อ -1 อีกฝั่งจะเป็นทีมรอง +1

ตัวอย่าง

ทีม A -1 vs ทีม B +1

หากเลือกทีม B +1 ให้คิดว่าทีม B ได้ประตูเสมือนเพิ่มมา 1 ลูก

ดังนั้นผลจะเป็นดังนี้

ผลการแข่งขันจริงทีม B +1ผลเดิมพัน
ทีม A ชนะ 3-0B แพ้ 2-0เสีย
ทีม A ชนะ 2-0B แพ้ 1-0เสีย
ทีม A ชนะ 1-0เสมอคืนทุน
เสมอB ชนะหลังต่อชนะ
ทีม B ชนะชนะชนะ

จะเห็นว่า ทีมรอง +1 มีโอกาสคืนทุนเมื่อแพ้เพียง 1 ลูก

นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เข้าใจราคา -1 ได้ง่ายขึ้น เพราะราคา -1 และ +1 เป็นสองฝั่งของแฮนดิแคปเดียวกัน

ราคา -1 เหมาะกับสถานการณ์แบบไหน?

ราคา -1 มักถูกใช้กับการแข่งขันที่ตลาดมองว่าทีมต่อมีความเหนือกว่าทีมรองในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าผลการแข่งขันจะชนะตามราคาทุกครั้ง

เมื่อเห็นราคา -1 ควรดูองค์ประกอบอื่นประกอบ เช่น

  • ฟอร์มการเล่นช่วงที่ผ่านมา

  • ผลงานเกมเหย้าและเกมเยือน

  • จำนวนประตูที่ยิงและเสีย

  • ตัวจริงและผู้เล่นที่ขาดหาย

  • โปรแกรมการแข่งขันก่อนและหลังเกม

  • แรงจูงใจของทั้งสองทีม

  • รูปแบบการเล่น

  • สถิติการพบกัน

  • ราคาต่อรองและการเปลี่ยนแปลงของราคา

สิ่งสำคัญคือ ราคาแฮนดิแคปไม่ได้เป็นคำทำนายผลการแข่งขัน แต่เป็นเงื่อนไขที่ใช้ตัดสินผลของการเดิมพัน

จุดที่มือใหม่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคา -1

1. คิดว่าชนะ 1 ลูกแล้วได้เงิน

ไม่ถูกต้องสำหรับราคา -1

หากทีมต่อชนะเพียง 1 ลูก ผลจะเท่ากับเสมอหลังหักแต้มต่อ จึงเป็น คืนทุน

2. คิดว่าชนะ 1 ลูกคือแพ้

ก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน

ราคา -1 มีลักษณะสำคัญคือ

ชนะ 1 ลูก = เจ๊า หรือคืนทุน

ไม่ใช่ชนะและไม่ใช่แพ้

3. สับสนระหว่าง -1 กับ -1.5

สองราคานี้แตกต่างกันมาก

  • -1 → ชนะ 1 ลูก = คืนทุน

  • -1.5 → ชนะ 1 ลูก = เสีย

ดังนั้นก่อนเดิมพันต้องดูตัวเลขหลังเครื่องหมายให้ชัดเจน

4. ดูแค่ทีมต่อโดยไม่ดูราคาต่อ

บางคนเห็นทีมใหญ่เจอทีมเล็กแล้วคิดว่าทีมใหญ่มีโอกาสชนะ จึงเลือกทีมต่อทันที

แต่การเดิมพันแฮนดิแคปไม่ได้ถามเพียงว่า

“ทีมไหนจะชนะ?”

แต่ต้องถามเพิ่มว่า

“ทีมต่อจะชนะด้วยผลต่างมากพอที่จะผ่านราคาไหม?”

นี่คือความแตกต่างระหว่างการทายผลฟุตบอลกับการวิเคราะห์การเดิมพันแบบแฮนดิแคป

เทคนิคจำราคา -1 ให้ได้ในไม่กี่วินาที

สามารถจำเป็นประโยคสั้น ๆ ว่า

“-1 ชนะลูกเดียวคืนทุน ชนะสองลูกขึ้นไปกินเต็ม”

ตัวอย่าง

-1

  • ชนะ 1 = คืน

  • ชนะ 2 = ได้

  • ชนะ 3 = ได้

  • เสมอ = เสีย

  • แพ้ = เสีย

ถ้าจำประโยคนี้ได้ก็สามารถอ่านราคา -1 ได้ทันที

ตัวอย่างการคำนวณเงินเดิมพันราคา -1

สมมติว่า

  • เงินเดิมพัน = 500 บาท

  • ทีมต่อ = -1

  • ราคาน้ำสมมติ = 0.90

ทีมต่อชนะ 2 ลูก

ถือว่าชนะเต็ม

กำไรตัวอย่าง

500 × 0.90 = 450 บาท

ได้รับเงินรวม

500 + 450 = 950 บาท

ทีมต่อชนะ 1 ลูก

ถือว่าคืนทุน

ได้รับกลับ

500 บาท

ทีมต่อเสมอหรือแพ้

เสียเดิมพัน

ได้รับกลับ

0 บาท

ตัวเลขค่าน้ำ 0.90 ในตัวอย่างเป็นเพียงสมมติฐานเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ เพราะราคาน้ำจริงสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ราคา 1 ลูกควรดูอะไรเพิ่มเติมก่อนเดิมพัน?

การรู้ว่าราคา -1 ต้องชนะกี่ลูกเป็นเพียงขั้นแรก ก่อนตัดสินใจเดิมพันควรดูว่าราคานั้นสอดคล้องกับรูปเกมและความคาดหวังของการแข่งขันหรือไม่

เช็กอย่างน้อย 7 จุด

รายการสิ่งที่ควรดู
ฟอร์มล่าสุดชนะ แพ้ เสมอ และผลต่างประตู
เกมเหย้า/เยือนผลงานแตกต่างกันหรือไม่
เกมรุกยิงประตูได้สม่ำเสมอหรือไม่
เกมรับเสียประตูง่ายหรือไม่
ตัวผู้เล่นมีตัวหลักเจ็บหรือโดนแบนหรือไม่
แท็กติกมีแนวโน้มเปิดเกมหรือเน้นรัดกุม
ราคาราคาเปลี่ยนจากช่วงเปิดหรือไม่

โดยเฉพาะราคา -1 สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือ ความสามารถในการชนะด้วยผลต่างมากกว่า 1 ประตู ไม่ใช่เพียงโอกาสชนะการแข่งขัน

เช็กบิลหลังจบเกมอย่างไรเมื่อเล่นราคา -1?

หากเดิมพันทีมต่อ -1 หลังจบการแข่งขันให้ดู ผลต่างประตู ก่อน

ขั้นตอนที่ 1 ดูผลการแข่งขันจริง

ตัวอย่าง

ทีม A ชนะ 2-1

ขั้นตอนที่ 2 คำนวณผลต่าง

2 – 1 = 1 ลูก

ขั้นตอนที่ 3 นำไปเทียบกับราคา

ราคา = -1

ผลต่าง = 1

จึงเท่ากันพอดี

ขั้นตอนที่ 4 สรุปผล

คืนทุน

วิธีนี้ช่วยลดความสับสน โดยเฉพาะเมื่อดูบิลย้อนหลังและไม่แน่ใจว่าราคา -1 ชนะหรือคืนทุน

สรุปราคา 1 ลูก (-1) แบบเข้าใจง่าย

ราคา 1 ลูก (-1) หมายถึงทีมต่อจะถูกหัก 1 ประตูในการคำนวณเดิมพัน

หลักการจำมีเพียง 3 ข้อ

  1. ทีมต่อชนะ 2 ลูกขึ้นไป = ชนะเต็ม

  2. ทีมต่อชนะ 1 ลูก = คืนทุน

  3. ทีมต่อเสมอหรือแพ้ = เสียเต็ม

ดังนั้นคำตอบของคำถาม

“แทงบอล -1 ต้องชนะกี่ลูก?”

คือ

ต้องชนะ 2 ลูกขึ้นไปจึงจะชนะเดิมพันเต็มจำนวน ส่วนชนะเพียง 1 ลูกจะคืนทุน

การเข้าใจจุดนี้สำคัญมาก เพราะราคา -1 แตกต่างจาก -0.5 และ -1.5 โดยตรง และเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการอ่านราคา Asian Handicap ให้ถูกต้อง

ก่อนเดิมพันควรตรวจสอบราคาที่เลือก ค่าน้ำ และกติกาการตัดสินผลของตลาดที่ใช้งานทุกครั้ง เพราะรายละเอียดการแสดงผลอาจแตกต่างกันระหว่างผู้ให้บริการ